eveadam

eveadam

2015/05/27

Throwback to UK trip 2014: cards

มาต่อกันเรื่องบัตรต่างๆ ที่ต้องใช้ในอังกฤษดีกว่าาา

อ้อ เกริ่นก่อนว่าบัตรนักเรียนใช้ได้หลายอย่างเหมือนกัน ทั้งเป็นส่วนลดตอนซื้อรองเท้า และลดค่าเข้าได้ในหลายๆสถานที่ หรือแม้กระทั่งลดค่าบัตรรถบัส และรถไฟ

ร้านนี้เลย มีบัตรนักเรียนลดได้ 10% แต่ไม่เคยอ่านชื่อร้านออก อ่านยากมาก .___.

มาเริ่มที่บัตรที่ต้องใช้ทุกวันคือบัตรรถบัส อันนี้เป็นของ Oxford Bus Company เป็นบัตรที่ใช้ได้แค่ที่เมือง Oxford เท่านั้น รูปเอามาจาก google อีกแล้ว ไม่เข้าใจว่าทำไมตอนนั้นไม่ถ่ายเก็บไว้ก็ไม่รู้ งืมมมม


บัตรธรรมดาจะเป็นสีแดง เคยเห็นคนใช้สีน้ำเงิน เดาว่าน่าจะเป็นบัตรรายปีมั้ง ตอนซื้อบัตรจะมีให้เลือกว่าจะเติมเงินแบบไหน 1 week, 2 week, 4 week, 3 months, 6 months, or 1 year จำไม่ได้ว่ามีให้เลือกเยอะขนาดนี้มั้ย แต่ก็ประมาณนี้แหละ ก็เลยเลือก 4 week จะได้เติมทีละเดือน เพราะอยู่ 2 เดือนเอง บนบัตรก็จะมีชื่อเราอยู่บนนั้นด้วยย ตอนนี้ก็ยังเก็บไว้นะ ผ่านมาปีนึงละ ต้องไปค้น

ซื้อบัตรแบบ 4 week มา ประมาณ £52.75 ตอนแรกคิดว่าซื้อได้ที่คนขับเลย เลยถามเค้าไปแบบเอ๋อๆ เค้าบอกว่าให้ไปซื้อที่ Debenhams ใน city centre ชั้น 2 เดินหานานมากกก แล้วก็เจอ พอกรอกข้อมูลอะไรเสร็จเรียบร้อย มันต้องพิมชื่อลงบัตร พนักงานมาถามว่า ตัดออกได้มั้ย last name you ยาวเกินไป ตลกมาก5555555 ตัดเลยยยย นามสกุลยาว ฝรั่งไม่เคยเห็นนนน

ชอบระบบรถบัสที่อังกฤษมาก เป็นระเบียบ เป็นเวลา (แม้จะไม่ค่อยตรงแต่ก็หยวนๆนะ) สะดวกสบาย สะอาด ปลอดภัย โอ้ยยยหลายสิ่ง ขึ้นรถบัสก็แตะบัตรตรงคนขับ หรือถ้าออกนอกเส้นทางก็จ่ายเงิน รับตั๋วกระดาษ มีที่สำหรับรถเข็นเด็ก รถเข็นคนพิการ ที่วาง luggage ที่นั่งผู้สูงอายุ บันไดขึ้นชั้นสอง กดกริ่งลงแต่ละป้ายก็สบาย ตรงป้ายก็จะมีเวลาบอกว่ารถจะมากี่โมง สายไหนบ้าง หูยยย สบายมากกกก ถ้าเมืองไทยมีระบบรถสาธารณะแบบนี้นะ รถยนต์ก็ไม่ค่อยจำเป็นอ่ะจริงๆ

อีกอย่างคือคนขับน่ารักทุกคนน เวลากลับบ้านที่ Yarnton ต้องนั่งสาย S3 ซึ่งคนขับจะเปลี่ยนกันไปไม่กี่คน เจอจนจำหน้าได้ แต่ละคนเฟรนลี่่น่ารักกันไปคนละแบบ เคยครั้งนึงตอนนั่งกลับบ้านจาก Gloucester Green Bus Station หรือที่ชอบเรียกสั้นๆว่า bay มีคนวิ่งมาขึ้นรถ คือรถออกไปแล้ง แล้วเค้าวิ่งมาตรงทางที่รถจะขับออกไป วิ่งมาท่าทางจะเหนื่อย ขอให้คนขับรถเปิดให้ก็ไม่เปิด เค้าไม่เปิดรับเลย นี่อาจจะเป็นอีกแบบอย่างนึงที่ทำให้เห็นว่าประเทศบ้านเมืองเค้าเป็นระเบียบแค่ไหน และกฎหมายเค้า tight แค่ไหน แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆก็ไม่มองข้าม

:-)

ต่อมาก็ Railcard เป็นบัตรที่ต้องติดตัวเอาไว้เวลาซื้อตั๋วรถไฟ สมัครรายปี £30 ต้องเลือก 16-25 Railcard หมายถึงอายุ 16-25 รู้สึกจะมีแบบกลุ่มด้วย ละก็แบบนักเรียน ผู้สูงอายุ หลายแบบมาก แต่แบบนี้แหละ ง่ายสุดและไม่ยุ่งยาก

16-15 Railcard:
Anyone aged 16 to 25, or above 25 and in full-time study
Railcard ใช้ลดราคาเวลาซื้อตั๋วรถไฟ ไม่ว่าจะซื้อกับคนหรือกับตู้ จะลดประมาณ 10%

ตอนที่ไปทำ Railcard ให้หยิบ brochure จาก stand มากรอกข้อมูลให้เรียบร้อย แล้วเอาไปยื่นที่ counter พร้อมถือรูปไป 1 รูปเพื่อที่จะไปแปะกับบัตร เป็นวิธีการทำบัตรที่เรียบง่ายมากกก บัตรก็จะเป็นอย่างในรูป มีชื่อเราพิมอยู่บนบัตรกับรูป แล้วก็จะมีลายเซ็น นี่อยากเอาบัตรตัวเองมาใส่มากกว่ารูปจาก google แต่ไม่ได้ถ่ายไว้ และขี้เกียจหา

เวลาไปซื้อตั๋ว ทำได้ 2 วิธีคนซื้อกับคนที่ counter หรือซื้อกับตู้ มีอย่างนึงที่สงสัยก็คือ เวลากดตู้มันจะมีให้กดว่ามี railcard หรือไม่มี แล้วมันจะไม่เช้คอะไรเลย ซึ่งถ้าแอบกดว่ามีก็คงไม่เป็นอะไร แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้ามีวิธีเช้คยังไงรึเปล่าาา และมันจะมีให้เลือกด้วย ว่าจะเลือกที่นั่งมั้ย ถ้าเลือกจะมีป้าย reserved เสียบไว้ที่เก้าอี้ แต่ถ้าไม่จองที่นั่งก็ต้องรีบเข้าไป เพื่อที่จะจองที่ดีๆ ให้ได้โต๊ะนั่ง 4 คนอะไรงี้

แล้วก็เวลาจะเดินทางกันเป็นกลุ่ม 3 หรือ 4 คนขึ้นไปนี่แหละ ไม่แน่ใจ ถ้าซื้อตั๋วด้วยกันทีเดียว จะได้ราคากลุ่ม ที่ลดลงจากราคาจริง อันนี้ไม่ต้องใช้ railcard ก็ได้ แต่มันก็ลดเท่าๆกัน ไม่รู้ถ้าเดินทางเป็นสิบๆคนนี่จะลดลงอีกรึเปล่า

อีกอย่างนึงคือเวลาเดินทาง จะดูสายรถไฟ เวลาออก เวลาถึงนี่ตอนแรกงงมาก แต่พอดูเป็นก็สบายๆ ดูเหมือนเวลาขึ้นรถไฟฟ้า ให้ดูสถานีปลายทาง พอขึ้นรถไฟไปก็ต้องคอยฟังว่าสถานีต่อไปที่จะจอดคือสถานีไหน ที่ดีมากๆอีกอย่างนึงคือเวลาเป๊ะมากๆ ตรงเวลาสุดๆ รอดูเวลาได้เลยว่าจะถึงเวลากี่โมงๆ หรือถ้ารถไฟจะเลทก็จะขึ้นคำว่า Exp บนจอ ตามด้วยเวลาที่คาดว่าจะถึง จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่า Exp นี่ย่อมาจาก expand or expected ยังเป็นประเด็นจนถึงทุกวันนี้

ที่จริงมันจะมี railcard อีกหลายแบบมากกกกกกกก เช่น

Family & Friends Railcard: 
Up to 4 adults when travelling with up to 4 children aged 5-15
Senior Railcard: Anyone aged 60 or over
Two Together Railcard: 
Two named people travelling together aged 16 or over

ตอนแรกจะทำบัตรนี้คู่กับสตัง แต่กลัวว่ามันจะยุ่งยาก ก็เลยทำ 16-25 Railcard คนละใบให้มันง่ายๆไปเลย บัตรนี้เหมาะสำหรับคนมีคู่จีจีนะ เวลาไปเที่ยวกัน งืมมม


บัตรที่ 3 ที่ต้องมีคือบัตร Oyster ใช้กับบัสและ tube ในลอนดอน


ความรู้กับบัตรนี้มีไม่มาก รู้แต่ว่าสามารถซื้อได้ที่ตู้ตามสถานี tube ต่างๆ มันจะมีให้เลือกได้ว่าจะซื้อแบบกี่วัน ระหว่างโซนไหนถึงโซนไหน ตอนนี้ซื้อแบบ 7 days zone 1-2 เพราะสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็อยู่ในโซนนี้ ประมาณ £32 แล้วก็เติมเงินติดบัตรเอาไว้สัก £5-£10 เผื่อเอาไว้เวลาขึ้นรถบัส หรือออกนอกโซนที่ซื้อมา 


เวลานั่ง tube ตอนแรกๆงงนะ แต่ไปๆมาๆนี่ง่ายมาก แค่ต้องรู้ว่าต้องขึ้นสายสีอะไร สถานีไหน ลงที่ไหน แค่นี้ก็ง่ายสบายมาก แต่ข้อเสียเลยคือ มันสกปรกมาก ฝุ่นเยอะมาก และเก่ามาก ดูเหมือนว่ากำลัง renovate ไปทีละสายไปเรื่อยๆ บางสายใหม่มาก สะอาดเอี่ยมอ่อง แต่สายไหนที่คนใช้เยอะๆเนี่ย เก่ามาก เหม็นและเล็ก แคบ รถไฟฟ้าเมืองไทยใหญ่ไปเลย แต่เอาจริงๆนะ บรรยากาศ classic มาก ให้อารมณ์ Londoner ชริงๆ




บัตรที่ใช้ตลอดเวลา 2 เดือนที่อยู่อังกฤษก็มีเท่านี้แหละ ไม่นับบัตรนักเรียนจาก Kaplan ก็หมดละะะ จะเก็บบัตรเอาไว้ เมื่อมีโอกาสกลับไป ต้องได้ใช้แน่ๆ ดีไม่ดีอาจจะได้เรียนที่ Oxford ._________. หรอวะ เกรดไม่สวยจริงเข้าไม่ได้นะจ๊ะ โหดจีงงงงงงง งั้นเรียนลอนดอนละกันเนอะ คริคริ
.
.
.